-

ด้านพัฒนาชุมชน ประชาสังคม และขบวนองค์กรชุมชน
ชุมชนเชียงรายไม่ได้รอให้ใครมาช่วย พวกเขาลงมือเองมาตลอด ทั้งกองทุนสวัสดิการ บ้านมั่นคง และเครือข่ายอาชีพ สิ่งที่ขาดคือกลไกที่ทำให้ทุกพลังนี้เดินไปด้วยกัน
-

ด้านวิชาการเพื่อสังคม
เชียงรายมีมหาวิทยาลัยหลายแห่ง มีนักวิจัย มีงานวิชาการ และมีภาคประชาสังคมที่เข้มแข็ง แต่สิ่งเหล่านี้ยังไม่ได้ทำงานร่วมกันอย่างเต็มศักยภาพ งานวิจัยที่ดีถูกเก็บไว้ในหิ้ง ขณะที่ชุมชนยังรอคำตอบที่ใช้ได้จริง วิชาการเพื่อสังคมจึงไม่ใช่แค่การทำวิจัยแล้วเสร็จ แต่คือกระบวนการที่นักวิชาการลงมานั่งกับชุมชน ฟังปัญหาที่แท้จริง วิเคราะห์ร่วมกัน และหาทางออกที่ทั้งสองฝ่ายเป็นเจ้าของ
-

ด้านเด็ก เยาวชน คนรุ่นใหม่
เชียงรายมีเด็กและเยาวชนกว่าสองหมื่นคนที่หลุดออกจากระบบการศึกษา มีเด็กชาติพันธุ์ที่ถูกลืม มีคนรุ่นใหม่ที่พร้อมจะเปลี่ยนแปลง แต่ขาดพื้นที่และโอกาสที่จะลงมือทำ ขณะเดียวกัน เชียงรายก็มีเยาวชนที่รวมตัวกันเองโดยไม่รอให้ผู้ใหญ่จัดให้ มีองค์กรที่ทำงานด้านเด็กมากกว่าที่เราคิด และมีพลังที่รอการเชื่อมต่อ การประชุมครั้งนี้ตั้งคำถามว่า เราจะสร้างเชียงรายที่เด็กทุกคนมีที่ยืน มีโอกาส และมีเสียงในการกำหนดอนาคตของตัวเองได้อย่างไร
-

ด้านผังเมือง
ทุกปี น้ำท่วม ทุกปี เสียหาย และทุกปี คำตอบจากภาครัฐคือการเยียวยาหลังเกิดเหตุ — ไม่ใช่การป้องกัน เชียงรายมีแม่น้ำ 7 สาย มีพื้นที่เสี่ยงภัยกระจายทุกอำเภอ มีโครงสร้างพื้นฐานที่ถูกสร้างขวางทางน้ำโดยไม่ถามชุมชน และมีชาวบ้านที่รู้จักพื้นที่ของตัวเองดีกว่าผู้เชี่ยวชาญจากส่วนกลาง
-

ด้านการศึกษา และศิลปะ-วัฒนธรรม
มีคนเคยบอกว่าเชียงรายคือเมืองที่ “ศิลปะงอกออกมาจากดิน” — ที่นี่มีวัดที่งดงามที่สุดในโลก มีศิลปินที่โลกจดจำ มีดนตรีพื้นเมืองที่ยังมีลมหายใจอยู่ในชุมชน และมีภาษาล้านนาที่ฝังรากลึกในความเป็นตัวตนของผู้คน
-

เศรษฐกิจ การค้า การลงทุนและการท่องเที่ยว เชียงราย
เชียงรายยืนอยู่บนจุดตัดของหลายโลก โลกของขุนเขาและสายน้ำที่หล่อเลี้ยงชีวิต โลกของชายแดนที่เชื่อมต่อกับ 3 ประเทศ โลกของความหลากหลายทางชาติพันธุ์กว่า 30 กลุ่ม และโลกของการพัฒนาที่เร่งรีบแต่ยังไม่ลงตัว


