-

ทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อมภัยพิบัติ และเกษตรกรรมยั่งยืน
เชียงรายไม่ใช่แค่จังหวัดที่สวยงาม มันคือระบบนิเวศที่ยังมีชีวิต ผืนป่า 35 ดอย สายน้ำ 7 สาย และความหลากหลายทางชีวภาพที่หาได้ยากในโลก แต่ทุกปี ไฟป่าเผาทำลายสิ่งที่สะสมมาหลายร้อยปี สารหนูปนเปื้อนแม่น้ำกก เกษตรเชิงเดี่ยวกัดกินพื้นที่ป่า และภัยพิบัติรูปแบบใหม่มาถึงก่อนที่ใครจะเตรียมตัวทัน การประชุมครั้งนี้ตั้งใจจะเปลี่ยนวิธีคิดจากการ “ตั้งรับ” เป็น “ออกแบบ” — ออกแบบระบบนิเวศเมืองที่ชุมชนเป็นเจ้าของ และวางรากฐานให้เชียงรายยังคงเป็นดินแดนแห่งชีวิตสำหรับคนรุ่นหน้า
-

ด้านสุขภาพ สูงอายุ และผู้พิการ
เชียงรายกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างเต็มตัว — ผู้สูงอายุกว่าสามแสนคน ผู้พิการเกือบห้าหมื่นคน และระบบดูแลที่ยังไม่พร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงนี้ มีโมเดลดี ๆ เกิดขึ้นในพื้นที่แล้ว ทั้งศูนย์ชีวาภิบาลวัดหัวฝาย กลไกอำเภอพาน และธนาคารเวลา แต่ยังกระจัดกระจาย ขาดการเชื่อมโยง และขาดงบประมาณที่ต่อเนื่อง การประชุมครั้งนี้ตั้งคำถามว่า เชียงรายจะออกแบบระบบดูแลที่ให้ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ป่วยทุกคนได้รับการดูแลอย่างมีศักดิ์ศรี ในชุมชนของตัวเอง โดยไม่ต้องรอให้ใครมาช่วยจากข้างนอกเพียงอย่างเดียว
-

ด้านชาติพันธุ์ และชนเผ่าพื้นเมือง
ให้ผมดูเนื้อหาที่บันทึกไว้ก่อนครับ เพื่อเขียนให้ตรงกับหัวข้อชาติพันธุ์ เชียงรายไม่ใช่แค่จังหวัดที่มีชาติพันธุ์อาศัยอยู่ — เชียงรายคือดินแดนที่ 30 ชาติพันธุ์ ร่วมกันสร้างชีวิต วัฒนธรรม และระบบนิเวศมานับร้อยปี แต่ตลอดช่วงเวลานั้น พวกเขาถูกมองเป็น “ปัญหา” มากกว่า “ทุน” ถูกตั้งคำถามเรื่องสิทธิที่ดินที่ตัวเองอยู่มาก่อนกฎหมาย ถูกกีดกันจากโอกาสทางการศึกษาและอาชีพ และถูกละเลยในกระบวนการตัดสินใจที่กระทบชีวิตของพวกเขาโดยตรง การประชุมครั้งนี้คือพื้นที่ที่ชาติพันธุ์พูดในนามของตัวเอง เพื่อกำหนดอนาคตของตัวเอง
-

ด้านพัฒนาชุมชน ประชาสังคม และขบวนองค์กรชุมชน
ชุมชนเชียงรายไม่ได้รอให้ใครมาช่วย พวกเขาลงมือเองมาตลอด ทั้งกองทุนสวัสดิการ บ้านมั่นคง และเครือข่ายอาชีพ สิ่งที่ขาดคือกลไกที่ทำให้ทุกพลังนี้เดินไปด้วยกัน
-

ด้านวิชาการเพื่อสังคม
เชียงรายมีมหาวิทยาลัยหลายแห่ง มีนักวิจัย มีงานวิชาการ และมีภาคประชาสังคมที่เข้มแข็ง แต่สิ่งเหล่านี้ยังไม่ได้ทำงานร่วมกันอย่างเต็มศักยภาพ งานวิจัยที่ดีถูกเก็บไว้ในหิ้ง ขณะที่ชุมชนยังรอคำตอบที่ใช้ได้จริง วิชาการเพื่อสังคมจึงไม่ใช่แค่การทำวิจัยแล้วเสร็จ แต่คือกระบวนการที่นักวิชาการลงมานั่งกับชุมชน ฟังปัญหาที่แท้จริง วิเคราะห์ร่วมกัน และหาทางออกที่ทั้งสองฝ่ายเป็นเจ้าของ
-

ด้านเด็ก เยาวชน คนรุ่นใหม่
เชียงรายมีเด็กและเยาวชนกว่าสองหมื่นคนที่หลุดออกจากระบบการศึกษา มีเด็กชาติพันธุ์ที่ถูกลืม มีคนรุ่นใหม่ที่พร้อมจะเปลี่ยนแปลง แต่ขาดพื้นที่และโอกาสที่จะลงมือทำ ขณะเดียวกัน เชียงรายก็มีเยาวชนที่รวมตัวกันเองโดยไม่รอให้ผู้ใหญ่จัดให้ มีองค์กรที่ทำงานด้านเด็กมากกว่าที่เราคิด และมีพลังที่รอการเชื่อมต่อ การประชุมครั้งนี้ตั้งคำถามว่า เราจะสร้างเชียงรายที่เด็กทุกคนมีที่ยืน มีโอกาส และมีเสียงในการกำหนดอนาคตของตัวเองได้อย่างไร


